รีวิว ภูสอยดาว มือใหม่แบกเป้หัดขึ้นเขา #สักครั้งในชีวิต

#รีวิวภูสอยดาว #รีวิวเดินป่า

จุดเริ่มต้นไม่มีอะไรมากเลย นอกจาก.. “สักครั้งในชีวิต” แอดเจนเป็นมือใหม่หัดขึ้นเขามากจ้าา ลุยด่านแรกแบบเก้ๆ กังๆ วางแผนปั้บ ขึ้นเขาหน้าฝนเลย ☔️🍃 มันทั้งโหด ทั้งลำบาก ใช้เวลาเดินเฉลี่ย 5-6 ชม. ฝ่าด่านทั้ง 5 เนินที่ความสูงชันไปเรื่อย ๆ แต่ก็เป็น 3 วัน 2 คืนที่โคตรคุ้มเลย

#แพลนทริป

🔴 วันที่ 1 : Start ออกจากโคราชประมาณ 4 ทุ่ม ถึงเขตอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว จ.พิษณุโลก-อุตรดิตถ์ ประมาณตี 5 ทางเข้าลำบากกก แคบ ใครมาช่วงนี้ขับรถกันดี ๆ มาถึงที่นี่ก็ยังไม่ได้ขึ้นนะจ้ะ รอออ เพราะเค้าเปิด 8.00 น.

* ซื้อเสบียงมาเตรียมไว้ขึ้นดอยด้วย เพราะข้างบนไม่มีที่ขายของต้องเตรียมมาเองทุกอย่าง

จากนั้นจัดการของกันเรียบร้อยแล้ว จ้างลูกหาบหารกับเพื่อนประมาณ 9 กก. (30 บาท /กก.) แล้วก็เสียค่ามัดจำขยะด้วยนะ เพราะเวลาขึ้นเขาจะเคร่งมาก ๆ ว่าขยะเอาขึ้นไปต้องเอามาด้วย!!

แล้วไปหาข้าวกินเอาแรงซะ แถวนั้นมีร้านอาหาร ฝากท้องอร่อย ๆ และราคาไม่แพงด้วย และจัดการเตรียมมื้อกลางวันด้วยนะ เพราะว่าหลัก ๆ 🚶🏻‍♀️ เดินประมาณ 6-7ชั่วโมง 😂

จากนั้นก็เจ้าหน้าที่จะพาเรานั่งรถ อีแต๋นไปส่งที่ลานจอดน้ำตกและพร้อมลุยเดินกันเลย 🤣 แอดเจนยังไม่พร้อมมมมมม

[ระยะทาง 6.5 km จากทางขึ้นจนถึงลานสน ภูสอยดาว]

เราใช้เวลาในการเดิน จากตีนดอย 09.30 เดินขึ้นไปเรื่อย ๆ แวะถ่ายรูปตามเส้นทาง ที่นี่จะมี ด้วยกันทั้งหมด 5 เนิน (เนินส่งญาติ , เนินปราบเซียน , เนินป่าก่อ , เนินเสือโคร่ง , เนินมรณะ ) แวะพักตามเส้นทาง (แนะนำนะคะ คนที่จะขึ้นต้องเตรียมน้ำขึ้นไปส่วนตัวระหว่างเดินทางคนละ 1 ลิตร ) ทางขึ้นสมชื่อแต่ละเนินทุกอย่างเลยจร้า ขึ้นๆลงๆ

* เน้นว่าเนินสุดท้าย เป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย!! สุดจริงงง แทบร้อง เหนื่อยยยย เห็นป้ายก็อยากจะกรี๊ดดดดดดดด มาถึงแล้วโว้ยยยยยย

📍 ถึงลานสน 15.30 น. วิวสวยมากกกก เอาจริง ๆ ว่าโคตรคุ้มเหนื่อยเลย ถ้าไม่ได้มาก็คงไม่รู้ มันเสพธรรมชาติจริง ๆ

มาถึงก็เตรียมจับจองที่นั่งที่กางเต้นท์ ใครที่สะดวกเช่าของอุทยานก็มีนะ พวกอุปกรณ์ต่าง ๆ เราสามารถมาเช่ากับ จนท ด้านบนได้ และบอกเลยว่า 🔴 ที่นี่จะไม่มีน้ำ ไม่มีไฟ จะใช้ต้องเตรียมแบตสำรองกันมาดี ๆ ส่วนน้ำอาบ ต้องมาเช่า ถังน้ำกับขันเพื่อจะ ไปตักน้ำที่ลำธารใช้อาบ

แต่น้ำกินสามารถมาขอ จนท ได้นะคะ มีน้ำฝนกรองอย่างดี 💦 จนท ด้านบน น่ารักใจดีกันทุกคน

เรียบร้อยก็เดินเล่น ๆ แถวนั้นไปดูพระอาทิตย์ตกมันดีมากจริง ๆ 🌄 ความที่มือใหม่ แอดเจนไม่ได้เตรียมเสบียงมามาก กินโจ๊กซอง กับปลากระป๋องกันไป 55555

* ที่นี่จะงดใช้เสียงประมาณ 22.00 น. พักผ่อนกัน ราตรีสวัสดิ์

🔴 วันที่ 2 : ตื่นเช้าเดินไปดู พระอาทิตย์ ราว 6.00 น. ฮ้าาาา ชื่นใจ เหมือนไม่ได้สูดอากาศดี ๆ กับพาตัวเองมาพักผ่อนแบบนี้นานขนาดไหนแล้วก็ไม่รู้

อาบน้ำเรียบร้อย มื้อเช้าฟาดโจ๊กซองอีกเช่นเดิม

** แต่ แต่ เราถามมาให้เพื่อน ๆ แล้ว ว่าเราสามารถฝากลูกหาบให้ถือเสบียงขึ้นมาให้ได้มั้ย สรุปว่า ได้!! 🤩 เราก็เลยจัดกันไปสำหรับคืนที่ 2 ฝากหิ้วมื้อฝากท้อง รวมๆ ค่าข้าวสาร ค่าของ ค่าลูกหาบ จ่ายกันไปก็ราวๆ 600 บาท เอาให้อิ่ม ให้หายเหนื่อย!!

วันนี้อากาศค่อนข้างร้อน แอดก็เดินสำรวจ ตามเส้นทาง ไปดูดอกหงอยนาค ตรงบริเวณจุดพระอาทิตย์ขึ้น สวยอยู่นะ เป็นทุ่ง ๆ แต่อีกไม่นานหลังจากนี้ ถ้ามาน่าจะร่วงละ 🍂

ส่วนด้านหลังจุดเจ้าหน้าที่คิดว่าเป็นชายแดนแนวระหว่างไทย-สปป.ลาว ด้านบนมีน้ำตกสายทิพย์แต่ไม่ค่อยมีน้ำ 555 ขนาดหน้าฝน (ถ้ามีคงจะสวยกว่านี้) ส่วนทางขึ้น-ลง ลำบากนิดนะ แต่ชิว ๆ แอดไปนอนพัก นั่งเล่น ชงกาแฟกินก็ดีไปอีกแบบ เดินเล่น เสพบรรยากาศไปเรื่อย แปป ๆ เดียวก็เย็นอีกแล้ว

ในคืนที่ 2 พระอาทิตย์เจอเมฆบังไม่ได้เห็นความงามสักเท่าไหร่ ส่วนอากาศออกไปทางค่อนข้างเย็นเลย ส่วนไฮไลท์ ดาวทางช้างเผือก….. เหมือนคนซวย 555 วันแรกพระจันทร์สว่างมาก วันที่ 2 เมฆบัง ฟ้าครึม ๆ แบบตกแน่ ๆ และในที่สุดก็ตกจ้าาาาา ตกแบบฟ้ารั่วทั้งคืน ตั้งแต่ 4 ทุ่ม หยุดๆตกๆ ยันเช้า เป็นการต้อนรับแอดเจนกับเพื่อนได้ดีเยี่ยม รับความเสียหายกันไปเต็มๆ…TT

…. ฝน สาด ลอดเข้ามาให้เต๊นท์ไง เปียกกันหมดดดดด

🔴 วันที่ 3 : อภิมหาความซวยย ต่อเนื่องจากฝนคือ!!! กว่าจะตากเต้นท์ เก็บของเปียกเสร็จ…. ลูกหาบก็ลงไปหมดแล้ว เป็นกรรมของตัวเองที่มีของเยอะมาก รวมทั้งของที่จ้างเค้าหาบมา ก็ต้องขนกันลงไปเองเกือบ 20kg TT ปวดร้าวววว

แอดเจนเริ่มเดินลงประมาณ 10.30น. ขาลงเตรียมน้ำ 2 ขวดเหมือนเดิม ด้วยความที่ฝนตกเมื่อคืน ทางค่อนข้างลื่น เน้นเลยนะว่าลื่นมากกกก ต้องใช้ความระมัดระวังสูงมากเป็นเท่าตัว

เราใช้เวลาเดิน ประมาณ 4 ชม.นิด ๆ ฝนก็ดันมาตกเปียกกันไปตามๆ กัน (แต่เตรียมเสื้อกันฝนมา อิอิ)

ถึงที่หมาย ก็มีเจ้าหน้าที่เตรียมรถมารับไปส่งที่จุดต้อนรับ และอย่าลืมเอาขยะมาเอาค่ามัดจำคืนด้วยนะ 😎 ..

เอาจริงๆ ทริปนี้คงบอกได้ว่าเราไม่ได้เตรียมตัวมาดีสักเท่าไหร่ ยอมรับ แต่ว่าก็ถือเป็นทริปที่เราเหมือนมาเหนื่อยร่างกาย แต่มาชาร์จแบตฯ ให้กับจิตใจมาก มัน Heal ตัวเองได้ดีจริง ๆ เสียงดังวุ่นวายที่เบาลง อากาศดีสดชื่นปอด 🍃 ว่าแล้วก็หลงรักที่นี่เบา ๆ

_______________________
ภาพทั้งหมดถ่ายด้วย 📸: Galaxy Note 8 , GoPro 6 (เน้นตัวเบา)
________________
#ค่าใช้จ่าย 💸

– ค่าเข้าอุทยานคนละ 40 บาท
– ค่าฝากรถ 40 บาท
– ค่าเช่าที่รองนอน 2 ชิ้น 2 คืน ตก 200 บาท
– ค่าลูกหาบ 9 km. = 270 บาท ขาขึ้น
*จ้างหิ้วอาหารขึ้นไป 3*30 = 90 บาท
– ค่ามัดจำขยะ 200 บาท (ได้คืน)
– ค่าพื้นที่ คนละ 30*2*2 = 120 บาท
– ค่าบัตร 5 บาท
= 760 บาท
.
⬇️ ค่าอื่น ๆ แล้วแต่วิธีการเดินทางและกินอยู่
– ค่าอาหาร ค่าน้ำ รวมๆทั้งทริป ประมาณ 1300 บาท
– ค่าน้ำมันไป-กลับ 3,000 บาท (รวมหลงทาง)

________________
#แนะนำ
– จ้างลูกหาบเถอะ ถ้าไม่ไหว จะได้ไม่เป็นภาระของใครทั้งเราและเพื่อน กระจายรายได้อีกด้วย
– เตรียมตัวดี ๆ ออกกำลังกายมาบ้างง ไม่งั้นจะเหนื่อยมากกก แล้วจะพาลไม่สนุก
– โรคประจำตัวหรือแพ้โน่นนี่ระวังให้ดี ๆ เพราะนี่แอดเจนโดน แมลง คุ่น ต่อยมือเท้าบวมมาเลย

#myfifthday #เที่ยวภูสอยดาว #เดินป่า