หลีเป๊ะ ! สวรรค์ของคนรักทะเลที่ใครๆ ก็บอกว่า ต้องไป

หลีเป๊ะ จริงๆ ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบ ก็อยากให้ไปกัน เพราะมันสวยมากกกกกกกกกกกกกกก ไม่น่าเชื่อว่าที่นี้จะสวยและสมบูรณ์ได้ขนาดนี้ ถึงแม้เราจะรีวิวขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่มาด้วยตัวเองก็คงไม่สะใจ เพราะงั้นหลีเป๊ะ ไปกันเถอะ!

อืมมม ฟังมานานแล้ว ในที่สุดก็ได้ไปสักที..จะบอกว่าตื่นเต้นมากกกกก ได้ยิน มาเยอะ ว่าสวยแบบนั้น แบบนี้ แบบโน้น 5555 แต่กว่าจะได้เตรียมตัวจองที่พัก เคลียร์ต่างๆ ก็ภายใน 2อาทิตย์สุดท้าย 55555 ประเด็นคือ รอบนี้มีแม่ ไปด้วย คนไปเยอะขึ้น รายละเอียดทุกอย่างเยอะขึ้น แม่ไม่ได้ลุยไปได้ทุกๆที่ 5555  อายุ50แล้ว

สมาชิกทริปนี้ประกอบไปด้วย แม่ พี่สาว จขกท. และ แฟน 555 ทริปนี้ไม่ได้ประหยัดเกินไป ไปเต็มอิ่มเหมือนเดิม ทั้งกิน เที่ยว ต่างๆ

วันแรก

ขึ้นเครื่องหางแดง ไฟท์บิน 12:10น.  ถึง 13:35 น. ลงที่สนามบินหาดใหญ่ รอบนี้ก็จองตั๋วโปรได้ 590 ไป-กลับต่อคน ของairasia ตกคนละ 290 บาทต่อเที่ยว  ไปถึงโทรติดต่อบริษัท รถเช่า (ที่ติดต่อไว้) รอบนี้ต้องเช่ารถเพราะว่าสมาชิก มี4คน ถ้าจะต้องต่อรถหลายๆรอบคงไม่สะดวก หารแล้วก็พอๆกัน เมื่อเราได้รถปั้บเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมตัวออกเดินทาง ไปที่พักของเราในวันนี้เลยคือ LAGUNA RESORT SATUN

ใครที่มาหลีเป๊ะ ไม่รีบหรือว่าค่ำๆ ให้ลองมาแวะพักแถวๆ ท่าเรือปากบาราได้เลย แถวนี้เงียบดี อากาศไม่ร้อนเกิน ✌และไม่ไกลจากท่าเรือเกิน500เมตร ค่ะ สะดวกในการไปขึ้นเรือตอนเช้าๆ

คำถาม : มีคนถามว่าทำไมไม่ยิงยาวไปหลีเป๊ะเลยละ
ตอบ อย่างแรกเลย เรือขาไปหลีเป๊ะมีแค่

– 09.30
– 10.30
– 11.30
– 13.30
– 15.00

เพราะงั้นกว่าเราจะออกจากสนามบินก็เกือบ 14.00 น. และขับรถระยะทาง 120+-km เราเผื่อไว้สองชั่วโมง เพราะเราไม่รู้ว่าเส้นทางเป็นยังไง ทำให้ไม่สามารถไปทันแน่นอน! กั้นพลาดดีกว่าตกเรือ 5555 อีกอย่างไปถึงก็เย็นแล้ว ไม่รู้จะถึงหลีเป๊ะกี่โมง กว่าจะได้เข้าที่พัก รู้สึกไม่คุ้มยังไงไม่รู้

เราเลยหาที่นอนใกล้ๆกับท่าเรือปากบารา เราขับรถตาม google map เลย วันนี้เราพักห้องแบบธรรมดา ธรรมดาเลย ห้องละ600บาท สองคน แยกเป็นสองห้องและวันนี้ !! เหตุผลที่เราพักที่นี้ คือ เค้าทำปิ้งย่างได้แหละ 

โดยเราเลยโทรสั่งล่วงหน้าก่อนมา วันสองวัน ว่าจะเอาอะไรบ้าง หลักๆ ก็ ปลาหมึก,กุ้ง,ปู,หอยแครง อย่างละ 2โล ทั้งหมดเป็นของสด และอุปกรณ์ปิ้งย่าง และเอาของสดไปทำอะไรบ้าง เราทำ หมึกนึ่งมะนาว ปูผัดผงกะหรี่ แต่พนักงานที่นี้แนะนำดีค่ะ สอบถามได้หมด แต่พนักงานครัว ดู งงๆ อึนๆ 5555 ต้องย้ำอีกรอบ โดยรวมกุ้งสดค่ะ แต่ตัวเล็กไปหน่อย  ราคาก็รับได้ค่ะ และกินไม่หมด เยอะเกิน55555

จขกท. กินช่วงเวลาประมาณ 18.30 ก็แจ้งพนักงาน เค้าก็จัดเตรียมให้เรียบร้อยค่ะ ยุ่งเยอะไปหน่อย แต่ว่าขอยากันยุงได้ กินบริเวณหน้ารีสอร์ทเลย บรรยากาศดีมาก

โดยรวมเราให้ที่นี้ 7/10 ค่ะ ราคาถูก แต่ว่าคุณภาพรีสอร์ทก็ไม่ใหม่มาก ก็สมเหตุผลกับราคา มีห้องหลายแบบ
เราเลยไม่รู้แบบอื่นดีไหม แบบของเราเหมือน ห้องก็เก่าแล้ว แต่ ก็ไม่ได้แย่ค่ะ นอนได้ และเมื่อเรียบร้อย อิ่ม พร้อมนอนเพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าลุยอีกเยอะ!

วันที่สอง 

วันนี้เราขึ้นเรือ เที่ยว 10.30 เพราะว่าเป็นเรือเที่ยวแวะเกาะตะรุเตากับเกาะไข่ ไปถึงบริเวณท่าเรือประมาณ 09.00 หาข้าวกินแถวท่าเรือ และ จัดการติดต่อกับ บริษัทที่จองมา easy lipe เอาตั๋วเรือที่จองทั้งขาไปขากลับ และให้ทางพี่เค้าช่วยติดต่อพี่เรือหางยาวที่สามารถพาเราไปดำน้ำได้ด้วยเมื่อถึงที่หลีเป๊ะเลย แบบเข้าที่พักเก็บของออกเลย

สักพักเรือก็ออกค่ะ เป็นเรือ สปีดโบ้ท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที – 1ชั่วโมง ก็ถึง อุทยานแห่งชาติตะรุเตา แต่ตรงนี้จ่ายค่าเข้าที่นี้ ต่อคนละ 40บาท จ่ายแค่ครั้งเดียวสามารถใช้ได้ตลอดทริป เรือแวะให้เดินเล่น ถ่ายรูปประมาณ 30 นาที

ที่นี้เริ่มต้นเลย น้ำใส สงบมากกก เหมาะกับการเล่นน้ำมากกก เห็นว่าที่นี้มีบริการห้องพัก และกางเต๊นท์ด้วย แต่วันที่ไปไม่มีนะคะ ถ้าสนใจลองติดต่อไปกันดู สักพักเราก็ออกจากเกาะและเดินทางไปที่เกาะไข่ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

เกาะไข่สวยมาก

ที่นี้สวยมากๆๆๆ มี จุดเด่นคือซุ้มประตูหินธรรมชาติขนาดใหญ่ซึ่งเรียกกันว่า “ซุ้มรักนิรันดร” ที่นี้สวย น้ำใส แต่ให้เวลาน้อยไปหน่อย แค่15-20นาทีเอง และเป็นเกาะไม่ใหญ่มาก เดินแปปเดียวก็หมดเกาะแล้วค่ะ

ถ้าใครไม่รีบแนะนำให้ขึ้นเรือที่แวะเกาะนะคะ เพราะเกาะไข่ สวยจริงๆ <3 หลังจากนั้นก็เดินทางสู่เกาะหลีเป๊ะ ใช้เวลาอีกประมาณ40-50นาที ตอนอยู่บนเกาะไข่มีแต่เรือเที่ยวของเราเท่านั้นที่จอดบริเวณนี้
จากนั้นมาถึงบริเวณเกาะหลีเป๊ะ เรือได้ส่งเราที่โป๊ะกลางทะเลเพื่อเชื่อมลงเรือเล็กไปจุดต่างๆ รอสักพัก ก็ขึ้นเรือโดยสารไปส่งที่โป๊ะเรือ บนหาดพัทยา คนละ50บาท ที่พักรอบนี้เราพักอยู่หาดพัทยาพอดี เลยทำให้สะดวกเดินเข้าที่พักได้เลย *ใครพักจุดอื่นสามารถให้เรือไปส่งได้ หรือ ลงโป๊ะ พัทยา และต่อรถมอไซต์บนเกาะอีกคนละ50บาท

อันนี้ชอบมาก เพราะ การที่เค้าทำโป๊ะงี้มันเหมือนช่วยอนุรักษ์มากกๆ รอบเกาะ ดูไม่วุ่นวายเกินไป และรอบนี้เราพักที่วารินทร์ บีชรีสอร์ท หาดพัทยา
เนื่องจากว่าเรามีกันทั้งหมดถึง 4 คน และอยากนอนด้วยกันหมด จึงลองหาโรงแรมที่ติดหาดและมีที่พักห้องรวม จนได้ที่นี้มา ติดแต่ว่าเดินไกลไปหน่อย แต่ว่าทะเลที่นี้เห็นแล้วชื่นใจมาก

สำหรับเรานะ โดยรวมในตัวห้องพักถือว่าโอเคนะ แต่ว่าเดินไกลไปหน่อย อยู่เป็นตึกหลังรีสอร์ทเลย ถ้าผญ เดินคนเดียวดึกๆ ผ่านพวกเป็นบ้านๆ คงน่ากลัว เราไม่ได้พักห้องแบบอื่นเลยไม่รู้เป็นไง โดยรวมเราให้ 7/10
ได้ Location ได้บรรยากาศหน้าที่สอร์ทสวย สะดวกมีอาหารเช้าให้ด้วย ราคาก็พอรับได้ ข้อเสีย Checkout 10โมงเช้า อันนี้เพิ่งเคยเจอ รู้สึก งงๆ ถถถถ


หลังจากนั้นเข้าที่พักเก็บของ ลุยต่อ สำหรับทริปดำน้ำแบบรวดเร็ว เนื่องจากเวลาที่จำกัดและอยากไป จึงติดต่อให้เรือหางยาวพาไปเท่าที่ไปได้ เอาเด็ดๆ เท่านั้น

– ดำน้ำบริเวณเกาะหินงาม
– เกาะหินงาม
– ร่องน้ำจาบัง
– หาดทรายขาว

ความใสของน้ำอยู่ในภาพเลย เสียดายที่ไม่มีกล้องถ่ายใต้น้ำได้ ที่นี้ยังสมบูรณ์จริงๆ สมกับที่ใครก็ต้องมาที่นี้ ถ้ามีเวลามากกว่านี้ คิดว่าสัก1-2วัน ดำน้ำอย่างเดียวถึงจะครบทุกจุด เพราะว่ามีเยอะจริงๆ และสมบูรณ์เต็มที่
ใสแบบสระว่ายน้ำกันเลยทีเดียว และแม่เราชอบมาก เพราะปลาที่นี้มีเยอะ แทบจะทุกจุดที่ลงไปดำน้ำกันเลยทีเดียว

เกาะหินงาม

ใครใส่รองเท้ามาก็เดินระวังหน่อยเพราะว่าหินลื่นมาก แต่หินที่สะท้อนกับน้ำและแดดทำให้ที่นี้สวยมากเลย ถ้าดำน้ำทุกที่ จะบอกว่าเหนื่อยมากๆ น้ำใสมากกก สุดยอดมากเลย

หาดทรายขาว
ที่นี้ทรายสวยมาก และเงียบมาก เกาะส่วนตัวสุดๆ มีเปลด้วย!
จากเสร็จทริปเรียบร้อยแล้ว เราก็เข้าที่พักประมาณเกือบห้าโมงเย็น อาบน้ำแต่งตัวเดินไปดูพระอาทิตย์ตกที่ หาด sunset จุดไคล์แม็กซ์กันเลยที่นี้ ต้องมานะ! 

แต่พวกเราเดินไปกัน เหนื่อยมากกกก 5555 ขากลับเลยนั่งรถกลับมาลงที่ Walking Street เพื่อหาของกินกันสักหน่อย และถนนคนเดินของที่นี้เราชอบนะ เรารู้สึกว่ามันไม่เยอะ ดูสบายๆ ผู้หญิงก็เดินเล่นได้อ่ะ

เดินWalking Street สักพักก็หาของกินกันสักหน่อย สุดท้ายก็จบกันทีร้านส้มตำ 555 แต่ไม่ได้ถ่ายรูปอาหารมา โดยรวมของบนเกาะก็ถือว่า แพงอยู่ น้ำเปล่าเซเว่น +20 บาท ของอย่างอื่นก็ + 20 แล้วแต่ของนะ จากนั้นเราก็เข้าที่พักนอน

วันที่สาม 

เราตื่นแต่เช้านะ 5555 ที่รีสอร์ทมีบริการอาหารเช้าให้แบบจัดเต็มพอสมควรเลยแหละ และบรรยากาศ วิว โต๊ะที่จัดให้กินอาหารเช้า จะบอกว่าฟินมาก อะไรจะดีกว่านั่งกินข้าวไปพร้อมกับดูทะเลสีฟ้าสดใสขนาดนี้

จากนั้นเราก็นั่งเล่นอยู่หน้าที่พัก เดินเล่นอยู่ที่หาด วันนี้พักผ่อนล้วนๆ ที่นี้อากาศร้อน แต่ว่าลงน้ำไปเย็นมากๆ ใสมากที่นี้แดดแรงมาก แต่ว่าไม่รู้ทำไมไม่รู้สึกเหนียวเลย เป็นเหมือนสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ๆ เลย


หลังจากที่เราได้มาสัมผัสด้วยตัวเองมากกว่าที่ดูแค่รูปหรือฟังคนอื่นเล่า เราประทับใจน้ำทะเลสีสดใสของที่นี้มาก เพราะใสจริงๆ และแดดที่นี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหนียวตัวเหมือนที่อื่น ตอนวิ่งลงน้ำที่นี้เย็นสบาย เย็นมาก และที่นี้ยังมีจุดเด่นๆ อีกเพียบ ทั้งถ่ายรูป เดินเล่น ที่เราคิดว่าไม่ว่าจะสาวๆ หรือใครก็ต้องชอบที่จะมาที่นี้เหมือนเรา
จากนั้นเราก็เช็คเอ้าท์ออกจากที่พักและรอเรือเที่ยว 13.00 น. เพื่อกลับท่าเรือ สำหรับใครที่จะกลับช่วงเวลาอื่นที่นี้ มีแค่ เรือกลับเที่ยวเวลาตามนี้ที่จะไปต่อได้
09.00 มีรถตู้ต่อไปสนามบิน
09.30 มีรถตู้ต่อไปสนามบิน
13.30 มีรถตู้ต่อไปสนามบิน
16.00 ไปถึงแค่ท่าเรือ และตามสเตปเดิม ขึ้นเรือส่งที่โป๊ะ รอเรือเฟอรี่มารับ ขากลับยิงตรงขับกลับตัวเมืองหาดใหญ่หาอะไรกินก่อนกลับกัน แวะกินร้านร้าน โชคดีแต่เตี้ยม  ร้านนี้ต้องแวะนะ ถ้ามาถึงหาดใหญ่ พวกเรากินไปเยอะมาก โดนค่าเสียหายไป 860 บาท เท่านั้น

จากนั้นก็คืนรถที่สนามบินเรียบร้อย ขึ้นเครื่องกลับเวลา 22.30 น. ข้างล่างสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด ค่าใช้จ่ายทั้งหมด เบ็ดเสร็จทั้งทริป 3วัน2คืน (4 คน)

ค่าเช่ารถ :  2500 บาท 3วัน วันละ 700บาท ค่าน้ำมัน400
ค่าที่พัก Laguna Resort :  1200 บาท ( 2ห้อง ห้องละ600 บาท)
ค่าอาหารทะเลปิ้งย่าง : 2300 บาท
– ปลาหมึก 2โล
– ปู 2 โล
– หอยแครง 1โล
– กุ้ง 2 โล
– เอาปลาหมึกไปทำหมึกนึ่งมะนาว
– เอากุ้งไปอบเกลือ
– เอาปูไปผัดผงกะหรี่
– น้ำอัดลม4 กระป๋อง
– น้ำแข็ง3 ถัง
– ปีกไก่ทอด
ค่าเรือไป-กลับ : 4000 บาท (คนละ 1,000)
ค่าจอดรถค้างคืนที่ท่าเรือ : 100บาท
ค่าข้าวตอนเช้า : 580 บาท
ค่าเรือจากโป๊ะไปที่พัก : 400 บาท (คนละ50 ต่อรอบไปกลับ)
ค่ารถบนเกาะหลังดูพระอาทิตย์ตก  : 200 บาท คนละ50 ต่อรอบ)
ค่าอาหารบนเกาะ : 1300 บาท
– ส้มตำปูม้า
– ส้มตำปูปลาร้า
– ไก่ทอด
– ปอเปี๊ยะ
– เบียร์ไฮดีเด้น2ขวดใหญ่
– ข้าวเหนียว 2 ขนมจีน2 ข้าวสวย2
– ยำมาม่าทะเล
ค่าน้ำดื่ม 7-11  : ประมาณ200บาท
ค่าเรือหางยาวเหมา : 1750 บาท
ค่าติ๋มซ่ำ (โชคดีแต่เตี้ยม) : 680 บาท
ค่าตั๋วเครื่องบินทั้งหมด 2362.88 บาท ไป-กลับ (airasia) /4 ตกคน 590 บาท

ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 17,572 บาท / 4 คน = ทั้งหมด 4,393 บาท ต่อคน รวมตั๋วเครื่องบินไปกลับ อาจมีอะไรผิดพลาดไปขอโทษด้วยนะคะ  ขอโทษที่รูปเยอะไปหน่อย อยากให้เห็นว่าสวยมาก อยากจะบอกว่า เราชอบทะเลที่นี้มาก ที่นี้สวยมากกว่าที่เราคิดเยอะ สวยจริงๆ มีโอกาส จะไปอีกแน่นอน!