รีวิว สิงคโปร์ กับ “28 Hightlight Photography” ที่ต้องหยิบกล้องขึ้นมาถ่าย

ปกติผมว่าใคร ๆ ก็เที่ยวหัดเที่ยว ในที่ที่ไม่คุ้นเคยด้วยการตามรีวิวกันบ่อย ๆ อยู่แล้วเนอะ ซึ่งรอบนี้ผมลองมาแบบ…ไม่มีแพลน เน้นหาไล่ ๆ ดูใน Instagram แล้วก็เซฟ ๆ เก็บไว้ว่าที่ไหนน่าไปบ้าง ถ้าผ่านก็ไป ถ้าไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร แบบเดินเล่น ตื่นเมื่อไหร่ ก็หาที่เที่ยวเมื่อนั้น เป็น 4 วัน 3 คืนที่เน้นกินและเดินถ่ายรูป ซึมซับความแตกต่างของประเทศนี้ดูสักครั้งแบบจริงจัง

จนออกมาเป็นรีวิวแบบรวบตึงของ Singapore 🇸🇬 “28 Highlight Photography” ทุกความแตกต่างและทุกเรื่องราวที่เราได้ถ่ายทั้งแบบตั้งใจและไม่ตั้งใจ ยิ่งได้ถ่ายรูปมากเท่าไหร่ 👍🏻 เรานี่ยกนิ้วให้สิงค์โปร์เลย
.
ที่นี่เป็นสถานที่ที่แม่งโคตร Cultural Differences 🤔

▶️ รีวิวนี้จึงเหมาะสำหรับคนที่ไม่เคยไป หรือจะไปแต่ไม่เน้นตามมุมซ้ำ ๆ แบบคนอื่น หรือลองกล้อง 555 ไปลองถ่ายภาพและเที่ยวง่าย ๆ ในสิงคโปร์ดูนะครับ

#แพลนทริป

🔴วันที่ 1 : Changi Airport – ที่พัก The 81 Hotel Premier (Gaylang) ด้านหน้าที่พักมีที่ฝากท้องเพียบ มีร้านอาหารไทยด้วย พักกันสักแปป เก็บกระเป๋าเรียบร้อย เดินชิวว รอบดึก

– The Fullerton Hotel
– สะพาน Cavenagh Bridge
– Marina Bay ดูไฟ แสง สี
– Louis Vuitton Island Maison
– Singapore Fly
– Youth Olympic Park

🔴วันที่ 2 : ตื่นเกือบ ๆ 10โมง เริ่มออกประมาณเที่ยงครับ กะว่าไปหาอะไรทานกันที่แถวที่จะไปเลย
– Wallich st. / 8II8
– Maxwell Food Centre
– วัดพระเขี้ยวแก้ว (Tooth Relic Buddha Temple)
– วัดศรีมาริอัมมันต์ (Sri Mariamman Temple)
– Chinatown Food Street
– Chinatown Street Art
– PARKROYAL on Pickering, Singapore City
– People’s Park Complex Singapore
– Central Clark
– Marina Bay เดินห้าง
– Garden by the Bay
– Helix Bridge

🔴 วันที่ 3 : ตื่นสาย ๆ เหมือนเดิมน่าจะ 11โมง วันนี้ปล่อยชิว ๆ
– Bugis Street
– Bugis Juntion+
– Spiral Staircase
– Haji Lane
– Sultan Mosque หรือ Masjid Sultan
– Duo Residences

🔴 วันที่ 4 : ตื่นเช้าหน่อยวันนี้ เก็บกระเป๋าเช็คเอาท์ออกตั้งแต่ 9 โมงเช้าโดยประมาณ
Universal Singapore
Sea Aquarium

Back to Airport (บินไฟท์ดึก)
– Jewel
* วิธีการเดินทาง เราใช้รถเมล์และเดินซะส่วนใหญ่ เพราะแต่ละที่อยู่ใกล้ ๆ กัน เรียกว่าเดินเยอะที่สุดในชีวิต.. TT


#ค่าใช้จ่าย 💸

ค่าตั๋วเครื่องบิน Scoot ไป-กลับ 2 คน รวมน้ำหนักกระเป๋า 20kg = ฿ 4,267 / คน
ค่าประกันเดินทาง ฿ 227 / คน
ค่า SIM card ฿ 235 / คน
ค่าเดินทาง $ 25 / คน
ค่าอาหารการกิน ฿ 2,500 /คน
ค่าเข้าโน้นนี่นั่นประมาณ ฿ 2,000 /คน

**ตีกลม ๆ ประมาณ 1x,000 ครับ ไม่ได้ซื้อของฝากอะไร
***แต่แฟนผมซื้อกระเป๋า Charl and Keith ไป 3-4 พัน (ถูกกว่าไทยเยอะ)


#แนะนำ

– จริง ๆ เดินเก็บสถานที่เป็นเอเรียดีกว่าครับ ส่วนใหญ่สถานที่เที่ยวไม่ได้อยู่ไกลกันมากสักเท่าไหร่ จะได้ไม่ต้องไป-กลับ หลายรอบ
– อาหารที่นี่เหมาะสำหรับคนชอบของมัน ๆ จะถูกใจมากกก Food Court ตามที่ต่าง ๆ ฝากท้องได้ทุกที่ ราคาโอเค
– ไม่ต้องนั่งรถไฟฟ้าอย่างเดียวก็ได้ รถเมล์ก็สะดวกและดีมากก
– บัตร EZ-Link ไม่ต้องมีก็ได้ถ้าเรามี Paywave Visa สะดวก ๆ

.
เลื่อนอ่านตามรูปกันได้เลยยย 🤩

01 People’s Park Complex Singapore

พิกัด : https://goo.gl/maps/y3q9ivMg3xfraTuL7

แอบไล่ดูภาพใน Instagram หามุม หาที่ไปเรื่อย ๆ จนเจอตึก หาข้อมูลมานิดหน่อยและมาเห็นด้วยตาตัวเองจริง ๆ ว่าตึกนี่ฮิป เด่น เหลืองมาแต่ไกลเลย ใครเห็นก็สะดุดตาอะ 555

ตั้งอยู่แถวย่าน China Town ยอมรับเลยว่าผมไม่ได้มีแพลนที่จะไปเดินตึกนี้เลยครับ เห็นว่าเป็นตึกที่มีศูษย์อาหารและเป็นร้านขายของอารมณ์แบบประตูน้ำบ้านเรานะ และสามารถขึ้นไปได้ถึงดาดฟ้าตึกแถวนั้นที่ถ่ายเห็นวิวตึกได้แบบเต็ม ๆ

ตัวผมเน้นถ่ายภาพมุมไกล อยากเห็นตึกแบบเต็ม ๆ ชัด ๆ เลยลองหามุมดู จนสุดท้ายภาพนี้ผมยืนถ่ายอยู่ที่สะพานลอยแถว Clarke Quay Central ครับ

🤔 จริง ๆ ภาพนี้เป็นภาพที่ผมชอบและรู้สึกอินที่สุดในทริปนี้เลย

02 Jewel

พิกัด : https://goo.gl/maps/E2fGmCazkVBRfGfS7

เรียกว่าเปิดใหม่ได้ไม่นานก็จริง แต่ถ้าพูดถึงสิงคโปร์ผมว่าใคร ๆ ก็นึกถึงที่นี่แน่นอน “Jewel Changi Airport” อัญมณีขนาดใหญ่ บิ๊กเบิ้ม! ได้รับการออกแบบโดย Moshe Safdie คนเดียวกับที่สร้างตึกเรือ Marina Bay Sands นั่นเอง

โดยภายในตึก Jewel นี้ก็เป็นห้างสรรพสินค้าดี ๆ นี่แหละ ไม่ว่าจะร้านอาหารหรือของแบรนด์เนมก็มีขายครบ ๆ 💦ซึ่งเจ้าน้ำตกขนาดยักษ์มีชื่อเรียกว่า Majestic Waterfall จะตั้งอยู่ใจกลางห้างเลย ตอนเย็น ๆ มีโชว์พวกแสง สี เสียง ผ่านตัวน้ำตกด้วยครับ เป็นจุดรวมศูษย์กลางประชากรคนเลย 😂 มันบิ๊กเพาเวอร์มาก ๆ  ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใคร ๆ ก็ต้องแวะมาถ่ายที่นี่ ผมก็กดชัตเตอร์ไปรัว ๆ เลย เน้นถ่ายด้านบน สวย และที่นี่เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมงนะ ถ้าลงเครื่องที่สิงคโปร์ ก็เผื่อเวลามาแวะเดินเล่นกันดู

03 วัดพระเขี้ยวแก้ว (Tooth Relic Buddha Temple)

พิกัด : https://goo.gl/maps/wPSA2Rs4Y6nxK2y57

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมประเทศนี้มีวัดหลากหลายวัฒนธรรมไปหมด ✨ โดยวัดนี้อยู่ย่านเดียวกับที่เราไปหาทานข้าวนะครับ เรียกว่าตรงข้ามเลยจะไม่แวะก็ยังไงอยู่ ซึ่งที่ Buddha Tooth Relic Temple and Museum หรือที่คนไทย (โดยอ้างอิงจากทัวร์ต่าง ๆ) เรียกว่า วัดพระเขี้ยวแก้ว เป็นสถานที่ไหว้พระเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ด้านข้าง ๆ มีร้านค้า ของฝากอยู่เพียบเลย

ตรงนี้ผมชอบ ๆ มีคนมากหน้าหลายตา หลายเชื้อชาติแวะเวียนกันมาเรื่อย ๆ ผมเจอคนไทยวานให้ผมถ่ายรูปให้ด้วย ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าด้วยนะครับ เดินเล่นแบบสบาย ๆ

04 Chinatown Food Street

พิกัด : https://goo.gl/maps/YwtAqLLYXtD5Qxsr6

ไชน่าทาวน์ฟู้ดสตรีท ก็สมกับคำว่า food street จริงงง คือเป็นถนนคนเดินที่มีแต่อาหารขาย โดยเฉพาะร้านอาหารแบบรถเข็นและจะปิดถนนขายกันเลย ✨ ตั้งโต๊ะตั้งเก้าอี้กันกลางถนน โดยเริ่มตั้งร้านกันตั้งแต่ช่วงเย็น ๆ เป็นต้นไป ได้อารมณ์การทานอาหารแบบข้างทางเหมือนในบ้านเราเลย ราคาอาหารก็ไม่แรงมาก จะอยู่ระหว่าง 4-10$

เดินชิวแถว ๆ นั้นโอเคเลยตรงที่ว่าในแต่ละซอยแต่ละมุม มีอะไรให้ถ่ายรูปเยอะ รูปแบบโทนสีตึกก็ดูเท่ ๆ ให้อารมณ์แบบตอนอยู่แถวเมืองเก่าภูเก็ตเลย แต่ว่าดูฮิปกว่า ถ้าใครไม่เน้นถ่าย เน้นกินมาช่วงดึก ๆ นี่ บอกเลยว่าคึกคัก

เปิดทำการ : 11.00 – 23.00 น

05 วัดศรีมาริอัมมันต์ (Sri Mariamman Temple)

พิกัด : https://goo.gl/maps/zmKB7ss8CF7o8e4cA

วันนี้อยู่ใกล้ ๆ กับ Chinatown Food Street เลยครับ เดินไปนิดเดียวว เด่น ๆ โดยจากข้อมูลคร่าว ๆ เป็นวัดฮินดู สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1827 โดยชาวอินเดียที่อพยพเข้ามา มีจุดประสงค์ในการสร้างคือเพื่อถวายเจ้าแม่มาริอัมมันต์ ว่ากันว่าเจ้าแม่องค์นี้มีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องการรักษาอาการเจ็บป่วยและโรคภัยต่าง ๆ ซึ่งก็มีคนแวะเวียนมากันเรื่อย ๆ

อันนี้ผมถ่ายรูปแต่ด้านนอกนะ เพราะว่าด้านในเค้าไม่ให้ถ่ายรูปเลยไม่ได้เข้าไป

06 Maxwell Food Centre

พิกัด : https://goo.gl/maps/4FHaaqHkv11Gge3d6

ศูนย์อาหาร Maxwell อยู่ใกล้วัดพระธาตุเขี้ยวแก้ว ที่นี่คนเยอะมากกก เหมือนมาเล่นเก้าอี้ดนตรีกัน ผลัดกันลุกผลัดกันนั่งตลอดเวลา อาจเพราะมีร้านอาหารเจ้าดังมากมาย เช่น ข้าวมันไก่ TIAN TIAN นั่นเอง คิวยาวมากกกกก เป็นงูกินหาง ถ้าเน้นฝากท้องที่นี่ก็มีอาหารอย่างอื่นให้เลือกหลากหลายนะ ถูกดี ไม่ว่าจะเบียร์ น้ำอ้อย น้ำเต้าหู้ หรือแม้แต่หวานเย็นก็มี

ส่วนใหญ่ที่นี่ต้องแชร์โต๊ะกัน ผมเองก็ได้นั่งโต๊ะเดียวกับนักท่องเที่ยวต่างชาติอีก 2 คน มีการสอบถามเมนูอาหารกันเล็กน้อย เพราะในจานของเขาน่ากินมาก 5555 กะว่าจะไปซื้อมาลองมั่ง แต่เดินไปแล้วหาร้านไม่เจอ ได้เมนูอื่นกลับมาแทน เอิ้กกกก

ทานเสร็จแล้วมีที่วางถาดคืนจานให้อยู่ด้านหลัง หรือจะคืนให้คุณลุงคุณป้าที่เข็นรถเก็บถาดอาหารก็ได้เหมือนกัน ทานเสร็จแล้วเก็บให้สะอาดนะ คุณลุงคุณป้าที่คอยเก็บโต๊ะเก็บถาดนี่ ดู ๆ แล้ว แต่ละคนอายุเกิน 60 แน่นอน คุณลุงท่านนึงที่มารับถาดอาหารจากผม จังหวะเอื้อมมือมารับถาดนี่ผมลุ้นมากเลยครับ หงึก ๆ 555 + ผมก็เอี้ยวสุดตัวส่งถาดถึงมือคุณลุงด้วยดี ลุ้นอีกทีตอนคุณลุงรับช่วงไปวางที่รถเข็น หงึก ๆ ช่วย ๆ กัน

ร้านเปิดตั้งแต่ 08:00-21:00 น. บางเจ้าก็มีหลายร้านก็เปิดสลับ ๆ กันไป ใครที่มาสิงคโปร์ก็ลองแวะไปฝากท้องดูสักมื้อนะ Local Food จริง!

07 Geylang

พิกัด : https://goo.gl/maps/QE8nzoJzW9UKaAgp7

ย่านเกลัง (Geylang) เป็นย่านที่มีชื่อเสียงด้านโรงแรมราคาประหยัด เหมาะสำหรับคนที่มีงบเที่ยวจำกัดครับ แม้ว่าด้านนี้จะสีเทา ๆ หน่อย แต่ก็มีสถานีรถไฟผ่านหลัก ๆ คือสถานี Aljunied Station และสถานี Kallang Station ที่นี่เป็นย่านฮิตอันดับสองของคนไทย แบบว่าเมื่อไปถึงแถวนั้นจะต้องได้ยินภาษาไทยลอยเข้าหูตลอดเวลาเหมือนตอนที่อยู่ย่านไชน่าทาวน์

แนะนำเลยนะครับ หากใครอยากได้ที่พักแบบประหยัดงบ ไม่ชอบที่พักสไตล์โฮสเทล และคิดว่าการเสียเวลาในการเดินทางนิดหน่อยไม่มีผลอะไร การเลือกพักย่านเกลังถือว่าตอบโจทย์ได้ดีมาก ๆ มีรีวิวที่พักไว้ที่เพจด้วยนะ ไม่ได้อันตรายแบบที่คิด

08 People’s Lives

การมาที่สิงคโปร์…มันกลายเป็นความหลากหลาย ไม่ว่าจะหันไปมุมไหน คนต่างชนชาติ ต่างสีผิว แต่ใช้ชีวิตคล้ายคลึงกันไปหมด เป็นความแปลกที่เอาจริง ๆ ไม่เคยเจอ 555 การมาสิงคโปร์ครั้งแรกของผม นับว่าเป็นการได้เสพ ดูชีวิตคนอื่น ๆ ก็ไม่เลวเหมือนกัน ลองดูครับ (อาจดูขี้เสือกไปบ้าง) แต่ผมยอมรับว่ามันโอเคนะ มันช่วยให้เราปรับตัวและเข้ากับสถานที่ที่นั้นได้มากขึ้น

09 Bugis Street

พิกัด : https://goo.gl/maps/YjvDfwJ5dtVkvgTL8

เรียกว่าเป็นถนนช้อปปิ้งแล้วกัน ย่านบูกิสนี่โผล่ขึ้นมาได้จากรถไฟฟ้าเลย ด้านบนจะดูวุ่นวายหน่อย ๆ มีร้านค้ามากมาย ไม่ว่าจะของนำเข้าหรือพวกเสื้อผ้า ของที่ระลึก และมีพวกสตรีทฟู้ดส์ด้วยนะ ราคาก็ตามสไตล์ ไม่ได้แพงมากเกินไป หรือจะวิ่งขึ้นไปฝากท้อง BBQ Buffet ที่ Bugis Juntion + ก็ได้ เพราะผมขึ้นมาอาหารก็โอเคเลยแหละ

ที่นี่ยังไงก็ต้องมานะครับ เป็นจุดเชื่อมสำคัญหลาย ๆ จุด มาตรงนี้ไปเที่ยวได้หลายที่เลย ในซอกที่ขายของให้อารมณ์แบบเดินสำเพ็ง 555 เพราะงั้นเหมาะกับสายช้อปปิ้งครับ

10 Spiral Staircase

พิกัด : https://goo.gl/maps/vUTEHcoD24p4B3D89

“บันไดวน สีลูกกวาด” ตั้งอยู่จุดไหนในบูกิส? หลายคนรวมถึงผมไปแล้วหาไม่เจอ 5555 เพราะว่าจริง ๆ เจ้าบันไดอันนี้มันแอบอยู่ในซอยเล็ก ๆ ด้านหลัง Bugis Backpagkers Hostel ใน Bugis Village ใกล้ๆ กับสี่แยก Victoria Road กับ Rochor Road ถ้ามาก็สถานี Bugis ทางออก C นะครับ เป็นอีกมุมที่แปลกตาดี ไม่เข้าใจเหมือนกันทำไมต้องทำเป็นสี ๆ Pastel 🤣

แต่รวม ๆ แล้วเป็นอีกจุดที่น่าเก็บรูปไว้ครับ เป็นอีกแลนด์มาร์คของสิงคโปร์

(ก็บอกแล้วว่าถ้ามาแถวนี้จะเดินเก็บได้ครบ ๆ หลายที่เลย)

11 Wallich St. / 8II8

พิกัด : https://goo.gl/maps/y3q9ivMg3xfraTuL7

ตรงนี้เป็นจุดที่ผมเดินขึ้นมาจากรถไฟฟ้า แล้วกำลังเดินไปทาง Maxwell Food ครับ บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับการถ่ายรูปแบบ Street มากกก เพราะว่าตลอดข้างทางจะมีอะไร ๆ ให้เราได้ดูตลอด ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างสีชมพู ไปจนถึงป้ายริมถนนที่ผมว่าเฮ้ยย ดี นอกจากนี้แทบจะไม่ร้อนเลยครับ มีต้นไม้ตลอดทาง

12 Chinatown Street Art

จุดเดียวกับ Chinatown Street Food เลยครับ แต่ว่าจะเป็นพวก Street Art!! ถ้าใครชอบต้องมา แถวนี้เต็มไปด้วยงานศิลปะ สามารถแวะเวียนมาถ่ายรูปบนกำแพงได้ฟรีๆ ครีเอทท่าได้ตามสตอรี่ของภาพได้เลย ซึ่งผลงานเหล่านี้ส่วนใหญ่จะสะท้อนถึงเอกลักษณ์และการดำเนินชีวิตของชาวสิงคโปร์ได้อย่างดีเลยทีเดียวครับ

13 PARKROYAL on Pickering, Singapore City

พิกัด : https://goo.gl/maps/opuVpTNUUSMR7JdL8

ตรงจุดตรงข้ามตึก แสงธรรมชาติ ถ่ายรูปได้สวย ๆ เลย

อีกหนึ่งรูปที่เซฟไว้ตั้งแต่แรก ๆ ที่คิดว่าจะไปสิงคโปร์ ยังไงก็คิดจะมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้งว่าต้นไม้มันจะเยอะแบบในรูปเลยมั้ย 555 พอมาถึง เห้ยยยย นี่มันครึ่ง ๆ ตึกเลยนะ ด้านหน้ายาววว ปกคลุมด้วยต้นไม้ไปหมด แค่เห็นมันก็รู้สึกแบบ โหห สดชื่น เค้าใส่ใจกันมาก ๆ เลย เรื่องต้นไม้ ธรรมชาติ เป็นอะไรที่มาสิงคโปร์แล้วแบบแพ้ ! แพ้ที่ทำไมบ้านเราตัดเอา ตัดเอา อย่างเดียว เหอ ๆ

14 สะพานลอย Central Clark

พิกัด : https://goo.gl/maps/4TnHJaKCdTmm7CHN7

เดี๋ยวจะหาว่าผมมาไม่ถึง ย่านดัง Clarke Quay ซึ่งทั้งหมดนี้ผมเดินมายาว ๆ ตั้งแต่ Maxwell เลยนะ มาจนถึงจุดนี้เพื่อมาขึ้นรถเมลต่อไปอีกที โดยตรงนี้จะเป็นสะพานลอยสำหรับเชื่อมข้ามฝั่ง แต่ว่าแทบไม่มีคนเลย (สะอาด) และมองวิว บรรยากาศ สิงคโปร์ได้ดี ๆ เลย  (People’s Park Complex Singapore ผมก็ยืนถ่ายตรงนี้แหละ)

15 Traffic

อันนี้เป็นอีกจุดที่ผมอยากให้ลองสังเกตและเสพ ๆ มันดู ที่นี่มันไม่วุ่นวายเท่าเวียดนาม แต่ก็ไม่ได้ดีเท่าญี่ปุ่น เกาหลีสักเท่าไหร่ ยิ่งถ้าเทียบกับบ้านเราแล้วละก็ … พอกัน แต่ส่วนที่แตกต่างแบบชัดเจนคือ การจัดการและการเคารพกฏของที่นี่มันเยอะมาก ๆ แทบไม่มีคนข้ามถนนข้างสะพานลอย ไม่มีคนขับรถเลยเส้นปะจอดไฟแดง รถทุกคันจอดเข้าที่ป้ายรถ ฯลฯ

ผมเลยอยากจะบอกว่าเนี่ย ๆ มันคือคุณภาพชีวิตจริง ๆ นะ มาอยู่ที่นี่อาจไม่ได้หนีจากการจราจรที่วุ่นวายได้ แต่ก็ได้มาซึมซับความต่างในด้านการขนส่งของเค้า ที่บอกเลยว่า เอออ ดีเว้ยยย

16 Universal Singapore

พิกัด : https://goo.gl/maps/1zX3zz2nUEhheALb9

กระโดดมาที่เกาะ Santosa กันบ้าง ซึ่งไฮไลท์ที่นี่ก็คงไม่ต้องพูดถึงอะไรมากกกก กับ Universal Studios Singapore หรือเขียนสั้นๆว่า USS โดยที่นี่จะมีอยู่ทั้งหมด 7 โซน  Hollywood, New York, Sci-Fi City, Ancient Egypt, The Lost World, Far Far Away และ Madagasca

ซึ่งผมให้วันหนึ่งวันอยู่ที่นี่เลย เล่นให้คุ้มหรือถ้าใครชอบแนวนี้ของฝากติดมือก็ดี (แต่ราคาแรงหน่อย) 5555 ส่วนผมก็ไม่พลาดที่จะต้องเก็บภาพไฮไลท์ด้านหน้า ซึ่งต้องหาจังหวะกันหน่อย เพราะคนค่อนข้างเยอะเลย ได้มาแค่เอียง ๆ 5555

17 Sea Aquarium

พิกัด : https://goo.gl/maps/CxokJhaAQQwyDTF38

S.E.A. Aquarium ย่อมาจาก South East Asia Aquarium ภายในอควาเรียมแห่งนี้ มีสัตว์ทะเลกว่า 100,000 ตัว จาก 800 สายพันธุ์ แต่ที่โดดเด่นที่สุด ก็คือ ปลากระเบนแมนต้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และที่นี่ยังมีปลากระเบนราหูอีกจำนวนมาก

รู้สึกกลับย้อนไปวัยเด็กทุกครั้งเวลาได้เข้ามาเจออะไรแบบนี้ครับ ที่นี่แสงจะน้อย ๆ หน่อย แต่ว่าก็พอถ่ายรูปมาฝากกันได้บ้าง เมื่อเดินไปเรื่อย ๆ บิ๊กเบิ่มความตะลึง! ตู้ปลาขนาดยักษ์ ที่ตั้งอยู่กลางโถงทางเดิน มีปลาเยอะมาก ผลัดกันว่ายมาโชว์ตัว น่ารักมาก ๆ เพลินครับ ใช้เวลาประมาณ  1-2 ชม.

S.E.A. Aquarium จะอยู่ใน Sentosa ใกล้กับ Universal Studio นี่แหละครับ เดินเชื่อม ๆ เข้ามาหากันได้เลย

18 The Fullerton Hotel และ สะพาน Cavenagh Bridge

พิกัด : https://goo.gl/maps/WpMzZJLy5Rpn6PcHA

คืนนี้คืนแรกของผมเลย กะไว้ว่าเดินชิว ๆ รอบอ่าวมาริน่า เห็นที่ The Fullerton Hotel เด่น ๆ ทะลุมาแต่ไกล ที่นี่เป็นโรงแรมหรูหราระดับ 5 ดาว ออกแบบในสไตล์สถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิค ได้รับการก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2471 แรกเริ่มเดิมที สถานที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นที่ทำการไปรษณีย์สิงคโปร์ แต่ในช่วงปี พ.ศ. 2543 ได้ย้ายที่ทำการไปรษณีย์ไปอยู่ที่ย่านเกลัง และได้ปรับเปลี่ยนอาคารหลังนี้ให้กลายเป็นโรงแรมสุดหรูจนกระทั่งทุกวันนี้ ไม่ว่ามองจะมุมไหนที่นี่ก็เปิดไฟ เด่นชัดให้น่ามองจริงครับ

นอกจากนี้ใกล้ๆ กัน ยังมีสะพาน Cavenagh Bridge ซึ่งเป็นสะพานเก่าแก่ที่สุดที่ใช้ข้ามแม่น้ำสิงคโปร์ ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2411 ครับ โดยช่วงกลางคืนจะมีการเปิดไฟสีเขียวมรกตหน่อย ๆ เข้ากับบรรยากาศตอนกลางคืนแถบนี้มาก ✨

19 Marina Bay – Department Store

คงไม่ต้องพูดถึงหรือพูดอะไรมากหรอกมั้งครับ ที่นี่เป็นแลนด์มาร์คท่ีสุดละ ห้างหรู ๆ ที่เดินทะลุได้ทั้งอ่าวมาริน่า ด้านในมีสินค้าแบรนด์เนมให้เลือกเสียเงินได้นับไม่ถ้วนและยัง refund ได้อีก ส่วนตัวผมไม่ใช่ขาช้อปสักเท่าไหร่ มาที่นี่เลยแค่มาเดินเล่น มาให้อะไรกิน เสพบรรยากาศ

ปล. นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะเลย

20 Marina Bay Night

ผมมาที่นี่ 2 คืนเลย สำหรับอ่าวมาริน่ายามค่ำคืน หลายคนอาจจะคุ้นหูคุ้นตากับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในย่านนี้ แต่บางคนอาจจะไม่รู้ว่ามีการแสดงโชว์แสงสี น้ำพุ ในตอนกลางคืนด้วย การแสดงที่ว่านี้เป็นการแสดง แสง สี เสียง และ น้ำพุมีชื่อว่า Wonder Full – Light & Water Spectacular เป็นโชว์ที่จัดแสดงบริเวณตึก Marina Bay Sands ซึ่งทำได้ยิ่งใหญ่ และ ตระการตา เป็นการแสดงแสง สี เสียงและน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (South East Asia) กันเลยนะครับ

โดยผมชอบบรรยากาศที่นี่มาก คือจริงๆ อยากให้ที่บ้านเรามีแบบนี้บ้าง มันเหมือนได้พักผ่อนจากการทำงานเหนื่อย ๆ หรือมีอะไรจรรโลงใจมาก ชื่นชม เพราะว่าตอนแสง สี โชว์ นี่จัดเต็มมากกก

เวลาในการแสดงโชว์ Wonder Full – Light & Water Spectacular
วันอาทิตย์ – พฤหัสบดี : 20:00 น., 21:30 น.
วันศุกร์, เสาร์ : 20:00 น., 21:30 น., 23:00 น.

21 Singapore Fly

พิกัด : https://goo.gl/maps/dKNiSiZvNeYDaZ9U6

สิงคโปร์ ฟลายเออร์ (Singapore Flyer) เป็นหนึ่งในชิงช้าสวรรค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูงจากพื้นดินมากถึง 165 เมตร สามารถชมวิวได้โดยรอบแบบพาโนรามา ทั้งด้านมาริน่า เบย์ (Marina Bay) และตัวเมืองสิงคโปร์ นอกจากจะเป็นแค่จุดชมวิวเมืองที่สวยงามแล้ว ยังสามารถจองทั้งห้อง (เรียกว่า capsule) แบบเหมา ที่ปกติจะรับคน 20-30 คน ได้ด้วยครับ

ไปมาก็หลายที่ละ ต้องยอมรับเลยว่า ชิงช้าสวรรค์ที่นี่โคตรล้ำ 5555 อย่างกับยานอวกาศ Capsule ไฮเทค ใช้เวลาหมุน 1 รอบที่ประมาณ 30 นาที อันนี้ห้ามพลาดจริง เพราะกลางคืนวิวสวยมากกก

ค่าเข้าชม : แพคเกจแบบ Singapore Flight – ผู้ใหญ่ 33.00 SGD / เด็ก 21.00 SGD / ผู้สูงอายุ 24.00 SGD

เวลาเปิด-ปิด : เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 8:30-22:30 รอบสุดท้ายเวลา 22:00

22 Youth Olympic Park

พิกัด : https://goo.gl/maps/yHi9BVwBhZr3M9uo8

ยูธ โอลิมปิก พาร์ค (Youth Olympic Park) สวนศิลปะแห่งแรกในประเทศสิงคโปร์ อยู่รอบ ๆ อ่าวมาริน่า สามารถเดินเล่น เดินชิว หรือจะเดินไปจนถึงลานกิจกรรมเลยก็ดี ตอนที่ผมไปมีการแสดงโชว์ดนตรีสด สนุกมากครับ คนเต็มไปหมด ถือว่าเป็นจุดศูษย์รวมของคนหลากหลายเลย

นอกจากนี้ยังมีหลาย ๆ มุมที่สามารถตั้งกล้องถ่าย เก็บบรรยากาศยามค่ำคืนได้สวย ๆ อีกด้วยครับ

23 Louis Vuitton Island Maison

พิกัด : https://goo.gl/maps/ms8NoQStB5F4TGYU7

อาคารคริสตัลตั้งตระหง่านอยู่กลางน้ำติดกับตัวห้าง ยิ่งตอนกลางคืนยิ่งสวยก็คือ ร้านหลุยส์ วิตตอง เมซง ลำดับที่ 12 และเรียกได้ว่าเป็น เกาะหลุยส์ วิตตอง แห่งแรกที่หรูหรามีระดับที่สุดเพียงแห่งเดียวในโลกอีกด้วยครับ ถึงแม้ว่าตัวผมอาจไม่ได้เข้าไปช้อปปิ้งในนั้นก็ตาม 5555

ยอมเลยว่าด้านอกทำออกมาได้สวยมาก ๆ ยิ่งกลางคืนเปิดไฟนี่แสงสะท้อนกับพื้นน้ำและยังมองเห็นวิวด้านหลังอีกฝั่งของอ่าวมาริน่าได้อีกด้วย โดยจุดที่ผมยืนถ่ายรูปก็เป็นเส้นทางที่สามารถเดินชมอ่าวได้แบบสบาย ๆ เลยครับ

24 Garden by the Bay

สวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ของสิงคโปร์ ในย่าน Marina Bay เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของสิงคโปร์เลยก็ว่าได้ มีต้นไม้เยอะมากกกกกก มีการทำโดมปรับอากาศเรือนกระจกรูปทรงปลือกหอยที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่นี่ ซึ่งผมแนะนำนะครับ ถ้าอยากเห็นต้นไม้สวย ๆ แนะนำให้มาช่วงเช้า แต่ถ้ามาตอนเช้าแล้ว ตอนกลางคืนอยากชมไฟที่ Supertree Grove ก็ต้องมาใหม่อีกรอบ อาจจะเสียเวลา อีกหนึ่งทางเลือกคือมาช่วงบ่าย อยู่ยาวถึงเย็น รอดูไฟรอบ 19.45 น. ระยะเวลาในการชมต้นไม้ 2 โดมประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถ้าจะดูสวนอื่นด้วยควรมีเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง ครับ แต่รับรองเลยว่า คุ้มมากกกกก

พิกัด : https://goo.gl/maps/WLYHaAcVFyQveBfV6

25 Helix Bridge

พิกัด : https://goo.gl/maps/NJTeWiWUEs2hhZRPA

สะพานฮีลิกซ์ (Helix Bridge) ✨อีกหนึ่งมุมไฮไลท์ที่ใครก็นึกถึง เป็นสะพานที่มองจากมุมไหนก็สะดุดตาแน่นอนครับ บอกเลยครับว่าการที่เห็นคนอื่นถ่ายรูปตรงนี้สวย ๆ แล้ววันนึงเราได้มาถ่ายมันบ้าง นี่มันสุดยอดไปเลย ลักษณะการออกแบบดูแปลกตา แต่คุ้นตา ก็เพราะเป็นการจำลองแบบมาจาก DNA !! 🔴

สวยมากกกครับ มาเดินเล่นที่สะพานนี้ มีจุดชมวิวอ่าวมาริน่าบนสะพาน 2-3 จุด แล้วยังเงยหน้าเจอโรงแรม Marina Bay Sands อีกด้วยย ต้องมา!! ฟรีนะ ฟรีนะ

📍 Location : อยู่บริเวณอ่าวมาริน่า (Marina Bay) อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน 2 สถานีคือ สถานี Bayfront Station และ สถานี Promenade ซึ่งด้านหนึ่งจะติดกับ The Float @Marina Bay และอีกฝั่งจะเป็น Marina Bay Sands และ Art Science Museum

26 Haji Lane

พิกัด : https://goo.gl/maps/KyvS4YcNbzwmmrRi6

Haji Lane แถวนี้เท่ ๆ คูล ๆ เป็นเหมือนถนนคนเดินละมั้ง แต่ว่าเท่กว่านั้นเยอะนะครับ เพราะว่ามีพวกสตรีทอาร์ท เต็มไปหมดตลอดเส้นทางและตึกต่าง ๆ ก็เล่นโทนสีคละแบบเลย 555 ที่นี่มีร้านค้า ของที่ระลึก คาเฟ่ ร้านอาหาร ทั้งซอย ซึ่งมันอาจจะเป็นย่านที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวนิดนึง แต่เราว่าก็ไม่ควรพลาดนะ เพื่อนคนสิงคโปร์บอกว่า ถ้ามาตอนกลางคืนก็จะเป็นร้านนั่งดื่มแบบชิว ๆ

27 Sultan Mosque หรือ Masjid Sultan

พิกัด : https://goo.gl/maps/czpnnPjCkhJgLJ8K7

มัสยิดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1824 เพื่ออุทิศแด่สุลต่านฮุสเซน ชาห์ (Sultan Hussein Shah) สุลต่านองค์แรกของสิงคโปร์ ในครั้งนั้น เซอร์ สแตมฟอร์ด ราฟเฟิลส์ (Sir Stamford Raffles) บิดาผู้ก่อตั้งสิงคโปร์ยุคใหม่ ได้บริจาคเงินจำนวน 3,000 ดอลลาร์ เพื่อนำไปใช้ก่อสร้างอาคารชั้นเดียวที่มีหลังคา 2 ชั้น

ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานแห่งชาติในปี ค.ศ. 1975 เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชนพี่น้องชาวมุสลิมในสิงคโปร์ทั้งในอดีตและปัจจุบันครับ โดยที่นี่ก็ใกล้ ๆ กับ Haji lane เลย แวะเดินเยื้อง ๆ ไปนิดนึง มาทั้งทีห้ามพลาด

27 – 1  ระหว่างทางเดินไปที่ Sultan Mosque

อันนี้อยากแนะนำเป็นพิเศษ ถ้าใครชอบถ่ายรูป แถวนี้จะมีพวกสตรีทอาร์ตเท่ ๆ ไม่ซ้ำกับที่ Chinatown Street เลย เป็นอีกสไตล์นึง ออกแนว Minimal หน่อย ๆ ตอนไปแทบจะไม่มีคนเลย เป็นซอยยาวทั้งเส้น   แนะนำว่าต้องไปครับ! ได้ภาพสวย ๆ แปลกตาดีไปอีกแบบ

28 Duo Residences

พิกัด : https://goo.gl/maps/3JTreug726McuF4D7

จริง ๆ ที่นี่เป็นที่พักนะครับ แต่ว่าจุดประสงค์หลักที่ผมมาที่นี่ไม่ได้มาพักนะ 555 แต่มาถ่ายรูป โดยตึกนี้ ถ้าโผล่ขึ้นมาจาก Bugis จะเห็นเด่น ๆ ชัดมาแต่ไกลเลย ตอนเห็นไกล ๆ ก็ว่าแปลกตาแล้วนะ พอมาอยู่ใกล้ๆ นี่ว่าแปลกตากว่าที่คิดเยอะ ให้อารมณ์เหมือนรังผึ้ง เป็นอีกจุดที่น่าเก็บรูปครับ


ทริปนี้กล้องที่ใช้หลัก ๆ จะเป็น 📸: Olympus OM-D E-M1 Mark II 🔵 : M.Zuiko Digital ED 12-40mm f/2.8 PRO, 40-150 f/2.8, 75mm f/1.8 นะครับ เป็นตัวครบชุดที่เหมาะกับสายเที่ยวจริง ๆ ถ้าใครชอบสไตล์ไหนก็เลือกใช้ตามแพลน ไม่จำเป็นต้องขนติดกระเป๋าหมดก็ได้ ทริปนี้หลัก ๆ ผมมาเที่ยวแบบเสพบรรยากาศและความต่างของการใช้ชีวิตจริง แต่ก็เผลอถ่ายรูปบ่อยมากกกก แบบไม่รู้ตัวเลย รอบนี้บอกเลยว่าผมสนุก กดไปเกือบสามพันกว่ารูปจากทริป 4 วัน 📸

ซึ่งก็ยังมีที่เที่ยวฮิต ๆ อีกหลายที่ที่น่าไป ยอมรับเลยว่า 4 วันนี่ไม่พอ 5555 จากที่คิดว่าพอ คิดว่ารอบหน้าคงได้เดินเก็บ เที่ยว ถ่าย อีกแน่ ๆ ถ้าใครมีที่ไหนแนะนำ ทักมาบอกกันได้เลยนะครับ

ปล. ไม่ต้องตามที่ที่ผมไปหมดทุกที่ก็ได้ เอาที่ตัวเองชอบ จะได้เสพบรรยากาศสนุก ๆ ตามใจเรา

#myfifthday #OlympusThailand